จนท. กอ.รมน.ถอยไม่แจ้งความเอาผิดนายทุน
จนท. กอ.รมน.จว.สมุทรสาคร นำหลักฐานเอกสารเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ กองบัญชาการกองปราบปราม (บก.ป.)
ทนายอนันชัยพาลูกความบุก กองปราบ ขณะ จนท. กอ.รมน. นำผู้เสียหาย 5 คนพร้อมเอกสารหลักฐาน เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายทุน สุดท้ายต้องขนกลับไม่ได้มีการแจ้งความหรือดำเนินการแต่อย่างใด
วันนี้ (25 ก.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน กองอำนวยการ รักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ร่วมกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร ได้นำประชาชน 5 รายที่ได้รับความเสียหาย จากกรณีถูกฉ้อโกงที่ดิน จากการทำนิติกรรมอำพราง ปล่อยเงินกู้นอกระบบและเรียกดอกเบี้ยในอัตราเกินที่กฎหมายกำหนด ทำให้ถูกยึดที่ดิน รวม 52 แปลง มูลค่า มากกว่า 50 ล้านบาท พร้อมหลักฐานที่ตรวจยึดมาได้จำนวน 1 ลัง เข้าร้องเรียนกองปราบเพื่อดำเนินคดีกับ นายทุนเงินกู้นอกระบบ โดยมี ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พร้อมด้วย นายประเสริฐ พิมพาภรณ์ อายุ 75 ปี เจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.เอส.โอ.อิมปอร์ต (ไทยแลนด์) ซึ่งเป็นนายทุนที่ถูกกล่าวหา เดินทางมาสังเกตุการณ์และเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ ซึ่งหากพบมีการแถลงข่าวที่บิดเบือนไม่เป็นความจริง ก็จะเข้าแจ้งความเอาผิดกับหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหา "แจ้งความอันเป็นเท็จ" ทันที พร้อมนำหลักฐานเอกสารมายืนยันตัวเองว่าไม่ได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบ ในอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยกรณีดังกล่าวเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช.บุกค้นโรงงานของตนเอง โดยอ้างว่าต้องการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว แต่กลับมีการให้เซ็นต์หนังสือยอมรับการประนอมให้กับกลุ่มลูกหนี้ พร้อมข่มขู่หากไม่ยินยอมจะได้รับผลกระทบทางธุรกิจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่กลุ่มดังกล่าวยังได้มีการยึดเอกสารและโฉนดที่ดินจำนวน 52 แปลง ซึ่งบางแปลงไม่เกี่ยวข้องกับตัวลูกหนี้แต่อย่างใด
โดย นายประเสริฐ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีนางสาววัลย์ฤดี ได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อที่ดินเพื่อทำหมู่บ้านจัดสรร“ โครงการรัศมี” และจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งตนก็ตกลงและได้ให้เงินลงทุนกับนางสาววัลย์ฤดี ไปประมาณ 15 ล้านบาทเศษ โดยนางสาววัลย์ฤดี ได้ทำเป็นสัญญาเงินกู้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี มอบให้ไว้เป็นหลักประกันและเมื่อคำนวณแล้วตนจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนเพียง 600,000 บาท ซึ่งมิใช่ดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่ธุรกิจลงทุนโครงการบ้านจัดสรรก็ไม่สำเร็จ ซึ่งตนเองเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้ง โดยในวันนี้ก็พร้อมที่จะแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ฐานเอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่น และยินดีให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง





ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น